พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ วันแม่แห่งชาติ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน        ** การเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็น "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" กำหนดให้วันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปี เป็น " วันนวัตกรรมแห่งชาติ " ดูรายละเอียดได้ที่นี่ << คลิ๊กที่นี่ >> **       ** วันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอสาธิราช ฯ สยามราชกุมาร **     *** the king พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ***





โครงการสร้างเรือพระที่นั่ง
นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9


โครงการสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ

  • หน่วยงานรับผิดชอบ
  • วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
  • ประวัติความเป็นมา
  • ลักษณะของโครงการ
  • ระยะเวลาดำเนินการ
  • การดำเนินการ
  • งบประมาณดำเนินการ
  • พื้นที่ดำเนินการ
  • ผลที่คาดว่าจะได้รับ


  • หน่วยงานรับผิดชอบ
    1. หน่วยงานเจ้าของโครงการ กองทัพเรือ
    2. หน่วยงานสนับสนุน กรมศิลปากร และสำนักพระราชวัง
  • วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
    1. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ โดยการสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่ ทดแทนเรือพระที่นั่งลำเดิม ซึ่งโขนเรือเป็นรูปนารายณ์ทรงสุบรรณ อันเป็นมงคลนาม ตามประวัติ จำนวน 1 ลำ มีฐานะเป็น เรือพระที่นั่งรองทอดบัลลังก์กัญญา เทียบเท่าเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ ขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ดังกล่าว ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งลำแรกที่สร้างขึ้น ในรัชกาลปัจจุบัน
    2. รักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงไว้ ด้วยการสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่ โขนเรือเป็นรูป นารายณ์ทรงสุบรรณ โดยใช้ต้นแบบเดิม ที่เป็นฝีมือช่างยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ในรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ซึ่งตัวเรือทรุดโทรมไปตามกาลเวลาคงเหลือแต่โขนหัวเรือ ประกอบด้วย พญาสุบรรณ (พญาครุฑ) และพระนารายณ์ ซึ่งอยู่ในสภาพดี
    3. อนุรักษ์เรือลำนี้ไว้ในกระบวนเรือพระราชพิธี ทำให้กระบวนเรือมีความสมบูรณ์ขึ้น และจะได้อนุรักษ์ฝีมือช่างยุครัตนโกสินทร์ไว้มิให้สูญสลาย
  • ประวัติความเป็นมา

              การเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทย ในวาระต่าง ๆ มีมาตั้งแต่ครั้งสมัย กรุงสุโขทัย การเสด็จ ฯ ทางน้ำเรียกว่า" พยุหยาตราชลมารค " ในสมัยที่ กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น ที่ตั้งของเมืองเป็นเกาะ ล้อมรอบ ไปด้วยแม่น้ำลำคลอง มากมายหลายสาย ชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวกรุงเก่า จึงต้องอาศัยเรือในการสัญจร ไปมา ทั้งในเวลารบทัพจับศึก ก็จะใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญ จึงปรากฎมีการสร้างเรือรบมากมาย ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในเวลาบ้านเมือง ปราศจากศึกสงคราม ย่อมใช้เรือรบฝึกซ้อมกระบวนยุทธ เป็นนิจ เพราะฉะนั้น ถึงฤดูน้ำหลาก เป็นเวลาราษฎรว่างการทำนา จึงเรียกระดมพล มาฝึกซ้อมกระบวนทัพเรือ ประจวบกับ เป็นฤดูกาลของการทอดกฐิน พระเจ้าแผ่นดินจึงเสด็จพระราชดำเนิน ไปถวายพระกฐิน โดยกระบวนเรือรบ แห่แหน ให้ไพร่พลรื่นเริงในการกุศล โดยเฉพาะในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นเวลาที่ประเทศสยามสงบ เจริญอย่างยิ่ง ในทางวัฒนธรรม กระบวนเรือพยุหยาตราชลมารค มีเรือเข้าร่วมกระบวนกว่า 150 ลำ ฝีพายแต่งกายงดงาม พายเรือประกอบจังหวะ จนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศส บันทึกว่า " ไม่สามารถเทียบความงาม กับขบวนเรืออื่นใด เป็นขบวนเรือที่มโหฬาร "

  •           เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็น เรือพระที่นั่งกิ่ง(2) ประเภทเรือรูปสัตว์ เรือรูปสัตว์นี้ ตามหลักฐานที่ยืนยันได้มีมา ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นเรือที่แกะสลักหัวเรือ เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ทั้งสัตว์จริง และสัตว์ในเทพนิยาย เพื่อจะให้ ตั้งปืนใหญ่ที่หัวเรือได้ เรือรูปสัตว์ มาจากตราประจำตำแหน่ง ของเสนาบดี เช่น ราชสีห์ คชสีห์ นาค ฯลฯ เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ นั้น มีชื่อเดิมว่า "มงคลสุบรรณ" พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ต่อขึ้น ตามแบบอย่างสมัยอยุธยา โดยมีพระราชประสงค์ ตามที่ปรากฏความ ในพระราชพงศาวดารว่า " ไว้เป็นเกียรติยศสำหรับแผ่นดิน " ลักษณะของเรือลำนี้ มีความยาว 17 วา 3 ศอก กว้าง 5 ศอก 5 นิ้ว ลึก 1 ศอก 6 นิ้ว กำลัง 6 ศอก 6 นิ้ว พื้นท้องเรือภายนอก ทาสีแดง กำลังฝีพาย 65 คน โขนเรือ แต่เดิมจำหลักไม้ รูปพญาสุบรรณหรือพญาครุฑยุดนาค เท่านั้น มีช่องกลม สำหรับติดตั้งปืนใหญ่ อยู่ที่หัวเรือใต้ตัวครุฑ รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริ ให้เสริมรูปพระนารายณ์ประทับยืน บนหลังพญาสุบรรณ เพื่อความสง่างาม ของลำเรือและ เพื่อให้ต้อง ตามคติ ในศาสนาพราหมณ์ ว่า พญาสุบรรณ นั้น เป็นเทพพาหนะ ของพระนารายณ์ และเมื่อเสริมรูป พระนารายณ์แล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้ขนานนามเรือลำนี้ใหม่ว่า " นารายณ์ทรงสุบรรณ "


              จากหลักฐาน เกี่ยวกับการ จัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค ในสมัยรัตนโกสินทร์ ปรากฎว่า ได้มีการนำเรือพระที่นั่ง มงคลสุบรรณ หรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ลำนี้ เข้าร่วมในกระบวนพยุหยาตราชลมารค ครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในการเสด็จ เลียบพระนคร ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เนื่องในการ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2394 และอีกครั้งหนึ่ง เนื่องในการ พระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2429 ในรัชกาล พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สันนิษฐานว่า ตัวเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ คงเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา จึงไม่พบหลักฐาน การนำออกมาร่วม ในกระบวนพยุหยาตรา ทางชลมารคในรัชกาล ต่อ ๆ มา คงเหลือแต่โขนเรือ ซึ่งตาม ประวัติศาสตร์ ทราบว่า กระทรวงทหารเรือ เก็บรักษาไว้ถึงปี 2496 จึงมอบให้กรมศิลปากร เก็บรักษาไว้ ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จนถึงปัจจุบัน

              โขนเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นงานประณีตศิลป์ ชิ้นเอกชิ้นหนึ่ง ของสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะ ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่งานแกะสลักและปิด ทอง ประดับกระจก ได้พัฒนาไป จนถึงขั้นสูงสุด นอกจากนั้น โขนเรือลำนี้ ยังมีความสำคัญ ในด้านความหมาย ต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์ไทย เป็นอย่างยิ่ง สะท้อนคติ ความเชื่อ ในการเทิดทูน สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราช ของชาวไทยโบราณว่า ทรงเป็น สมมติเทพ คือ ปางอวตาร ของพระผู้เป็นเจ้า ตามคติ ของพราหมณ์ ที่มีอิทธิพล ต่อภูมิปัญญา อย่างยิ่ง มีสองพระองค์ คือ พระอิศวร และพระนารายณ์ คนไทย ตั้งแต่โบราณนั้น ถือว่าองค์ พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นปางอวตาร ขององค์พระเป็นเจ้า ทั้งสอง ดังนั้น การที่กองทัพเรือ จะได้ต่อเรือ ซึ่งมีโขนเรือเป็นรูปนารายณ์ทรงสุบรรณนี้น้อมเกล้าฯ ถวาย ในมหามงคลวโรกาสพระราชพิธี กาญจนาภิเษกครั้งนี้จึงนับว่าเป็นการเหมาะสม เพราะเท่ากับเป็นการเทิดพระเกียรติ และเสริมส่งพระบรมเดชานุภาพ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ตามคติธรรมเนียม ที่บรรพชนไทย ได้ยึดมั่นสืบต่อมาแต่โบราณ ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้มีหนังสือกราบบังคมทูล พระกรุณาขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต เพื่อสร้างเรือพระที่นั่ง ลำใหม่เพื่อน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวาย ในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ปีที่ 50 ในวันที่ 9 มิถุยายน 2539

              พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน พระบรมราชานุญาต ให้กองทัพเรือ สร้างเรือพระที่นั่ง จำนวน 1 ลำ พร้อมกับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่อเรือว่า "เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9" เรือลำดังกล่าว มีฐานะเป็น เรือพระที่นั่งรองทอดบัลลังก์กัญญา เทียบเท่า เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 5 พฤษภาคม 2539 พร้อมกับ จะดำเนินการซ่อมเรือพระราชพิธีทั้ง 53 ลำ ให้พร้อมที่จะใช้ ในการเสด็จพระราชดำเนิน โดย กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค การสร้างเรือพระที่นั่งในครั้งนี้ เป็นการสร้างใหม่ ทั้งหมด และเป็น เรือพระที่นั่งลำแรก ที่สร้างในรัชสมัยนี้ ซึ่งจะเป็นการรักษามรดก ทางศิลปสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยใช้ช่างไทยแกะสลักโขนเรือ ตามต้นแบบเดิม และเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2537 ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเป็นองค์ประธานในพิธีวางกระดูกงูเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ณ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ

  • ลักษณะของโครงการ
              การสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่ มีงานสร้างเรือตามวิธีการ ช่างต่อเรือยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ผสมกับเทคนิคต่อเรือสมัยใหม่ โขนเรือเป็นรูปนารายณ์ทรงสุบรรณ จะมีขนาดใหญ่กว่าเดิม เล็กน้อย คือ ตัวเรือกว้าง3.20 เมตร ยาว 44.30 เมตร กินน้ำลึก 1.10 เมตร น้ำหนัก 20 ตัน ส่วนฝีพายซึ่งเรือลำเดิมใช้ 65 นายนั้น มีแนวความคิดที่จะใช้ฝีพายเพียง 50 นาย เพื่อเป็นการแสดงความหมายสอดคล้อง ถึงวโรกาส 50ปี แห่งการครองราชย์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน

  • ระยะเวลาดำเนินการ
    1. เริ่มต้น 1 มิถุนายน 2537
    2. สิ้นสุด 30 เมษายน 2539
  • การดำเนินการ
    1. กรมอู่ทหารเรือ สร้างตัวเรือ
    2. กรมศิลปากร ออกแบบลวดลาย และว่าจ้างเอกชนแกะสลัก
    3. สำนักพระราชวัง ออกแบบและจัดหาอุปกรณ์ประจำเรือ เช่น หมวก และเสื้อผ้าเครื่องแบบฝีพายประจำเรือ เครื่องสูงประจำเรือ ฯลฯ เป็นต้น
  • งบประมาณดำเนินการ
              รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,941,730.-บาท (สิบเอ็ดล้านเก้าแสนสี่หมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยสามสิบบาทถ้วน) โดยไม่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามี โอกาสร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กองทัพเรือจึงได้มีดำริจะจัดสร้างเหรียญที่ระลึกในการสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่ดังกล่าวออกหาทุน โดยด้านหน้าเป็นพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ด้านหลังเป็นรูปเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9

  • พื้นที่ดำเนินการ
              บริเวณอู่แห้งหมายเลข 1 กรมอู่ทหารเรือ และบริเวณโรงเรือพระราชพิธี

  • ผลที่คาดว่าจะได้รับ
    1. เป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการสร้างเรือพระที่นั่ง ขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวาย เป็นลำแรกของรัชกาลนี้ ซึ่งชื่อเดิม และรูปโขนเรือ เป็นมงคลอย่างยิ่ง อันแสดงถึง พระบรมเดชานุภาพ ของพระมหากษัตริย์ สมกับวโรกาส อันเป็นมหามงคลนี้
    2. เป็นการร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อเหล่าพสกนิกรเป็นล้นพ้น เหล่าสถาปนิกจึงได้ร่วมกันสร้างถาวรวัตถุนี้ขึ้น ซึ่งจะได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ สำหรับอนุชนรุ่นหลังได้ทราบ และถือเป็นแบบอย่างต่อไป
    3. เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และโบราณราชประเพณีให้ปรากฏสืบไป รวมทั้งอนุรักษ์ฝีมือช่างศิลปกรรมไทยให้พัฒนาและคงอยู่มิให้สูญสลาย
    4. ทำให้กระบวนเรือพยุหยาตราชลมารคมีความสมบูรณ์สวยงามยิ่งขึ้น เนื่องจากมีเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณลำใหม่มาแทนเรือนารายณ์ทรงสุบรรณลำเดิม ซึ่งเคยอยู่ใน กระบวนเรือพระราชพิธีมาก่อน

  •           เรือพระที่นั่งกิ่ง (*) เรือกิ่งหมายถึง เรือประเภทเรือขุดจากท่อนซุง ต่อหัวเรือยกสูงงอนขึ้น แกะสลักหัวเรือ ท้ายเรือด้วยศิลป ประติมากรรมที่งดงาม ได้ความคิดมาจาก "กิ่งดอกเลา" ซึ่งปักที่หัวเรือในสมัยกรุงศรีอยุธยา แผ่นดินสมเด็จ พระเจ้าทรงธรรม ปัจจุบันเหลือเพียงสามลำเท่านั้น คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์

    << กลับไปด้านบน >>

    ที่มา : กองทัพเรือ   http://www.navy.mi.th/
    T h e P u b l i c    R e l a t i o n s    D e p a r t m e n t    R e g i o n 3    C h i a n g M a i
    จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์สารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
    49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
    โทร. 0-5328-3734 - 6 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738