- วีดีโอสารคดีเฉลิมพระเกียรติ
|
ในหลวงกับการสื่อสารในด้านต่าง ๆ
ข้อความเหล่านี้คัดตัดตอนมาจาก
คำบรรยายประกอบการอัญเชิญภาพยนตร์
ส่วนพระองค์ที่ได้บันทึกพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่
พ.ศ. 2495 โดยนำเสนอในรูปวีดี
ทัศน์ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงทอดพระเนตรเนื่องในงาน
"ไอทีเฉลิมพระเกียรติ" ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ
ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.
2538
เรื่องการเดินทางจากประเทศไทยสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เมื่อ พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946)
การเดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ถึงสวิส
ใช้เวลาบิน 3 คืน 4 วัน คืนที่หนึ่งแวะซีลอน
คืนที่สองแวะการาจี คืนที่สามไคโร
วันที่สี่จึงถึงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
ปัจจุบันบินรวดเดียว
ใช้เวลาสิบเอ็ดชั่วโมงก็ถึงแล้ว
ฉะนั้นการติดต่อรับข่าวสาร จดหมาย
หรือข่าวสารทางหนังสือพิมพ์ที่ส่งจากประเทศ
ไทยใช้เวลานาน
ถ้าจะเทียบกับปัจจุบันมีข่าวสารผ่านดาวเทียม
ยิ่งเวลาทางประเทศยุโรปช้ากว่าประเทศไทยประมาณหกชั่วโมง
อเมริกาสิบสองชั่วโมง
อะไรที่เกิดขึ้นในบ้านเราวันนี้
ทางประเทศยุโรปหรืออเมริกาก็ทราบข่าวนั้นๆ
ในวันเดียวกัน
ส่วนที่มิได้เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี
ไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการในเรื่องความเร็วของเครื่องบิน
วิวัฒนาการในการส่งข่าวคราว
วิวัฒนาการในการแข่งขันกันเป็นที่หนึ่งในโลกที่โลกถือว่าสำคัญนั้น
ก็คือความเป็นห่วงบ้านเมือง
และประชาชนคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงพัฒนาให้ประชาชน
และประเทศชาติมีความเจริญมั่นคง
ตามที่เคยมีประชาชนร้องออกมาดังๆ
เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เพื่อทรงกลับไปศึกษาต่อเมื่อทรงรับภาระปกครองประเทศแล้วนั้นว่า
"อย่าละทิ้งประชาชน"
ได้พระราชทานคำตอบผ่านหนังสือวรรณคดีว่า
"ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว
ข้าพเจ้าจะละทิ้งอย่างไรได้"
กาลเวลาที่ทรงครองราชย์ 50 ปี
ได้พิสูจน์แล้วว่าพระองค์มิได้ทรงละทิ้งประชาชนของพระองค์เลย
ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับที่ประเทศสวิส
ก็มีประชาชนส่งข่าวและข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่างๆ
แสดงความห่วงใย
จึงทรงหาทางเผยแพร่ข่าวที่ถูกต้องตลอดเวลาผ่านหนังสือวรรณคดี
และหนังสือพิมพ์แสตน์ดาร์ดภาษาอังกฤษ
ทำให้ประชาชนที่ประเทศไทยคลายความกังวลได้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง | |