ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 7 พฤศจิกายน 2561 / 18:09:24  
รองเลขาธิการ กปร. ติดตามความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของมลาบรี ชนเผ่าตองเหลือง
รองเลขาธิการ กปร. ติดตามความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของมลาบรี ชนเผ่าตองเหลือง
รองเลขาธิการ กปร ติดตามความก้าวหน้าโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของมลาบรี ชนเผ่าตองเหลือง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ที่สำนักงานโครงการชลประทานน่าน อำเภอเมืองน่าน นายลลิต ถนอมสิงห์ รองเลขาธิการ กปร. พร้อมด้วย นางเปรมพิมล ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กปร. และนายวิกรม คัมนันทน์ ผอ.กองประสานงานโครงการพื้นที่ 3 สำนักงาน กปร. พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง จากสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ติดตามความก้าวหน้าโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของมลาบรี ชนเผ่าตองเหลือง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับการรักษาป่าต้นน้ำ และการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ในพื้นที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา และในพื้นที่ บ้านห้วยลู้ ตามพระราชดำริฯ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อ รับฟังการบรรยายสรุป และติดตามความก้าวหน้าของโครงการ การพัฒนาอาชีพ ให้ชนเผ่ามลาบรี ได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชนเผ่า ได้ดียิ่งขึ้น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดน่าน ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ชนเผ่ามลาบรี (มละ) หรือ ผีตองเหลือง ชนกลุ่มนี้เรียก ตัวเองว่า "คนป่า” หรือ "มลาบรี” เดิมมีถิ่นฐานอยู่ในเขตจังหวัด ไชยะบุรี ประเทศลาว ต่อมาเริ่มอพยพไปอยู่ตามที่ต่าง ๆ เช่น แถบภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ แถบภูกระดึง จังหวัดเลย และตามดอยสูงในป่าทางภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งคำว่า Mlabri” หมายถึง " คนป่า ” แต่ชนเผ่านี้อยากให้เรียกพวกเขาว่า "ชนเผ่ามละ” ที่หมายถึง "คน” ไม่ใช่ "มลาบรี” ที่หมายถึง "คนป่า” เพราะพวกเขาไม่ใช่คนป่า พวกเขาเพียงใช้ชีวิตอยู่ในป่าเท่านั้น "ชนเผ่ามละ” อาศัยอยู่ในป่า มีการหาของป่ากินเป็นอาหารเช่น เผือก มัน กล้วย หน่อ สัตว์ป่า ผึ้ง เป็นต้น เมื่ออยู่ได้ 2-3 วัน ก็จะมีการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ไปเรื่อย ๆ โดยมีผู้นำครอบครัวแต่ละครอบครัวมาคุยกันก่อน บางครั้งการย้ายนั้นไม่ใช่ว่าอาหารในป่าหมด แต่เป็นเพราะว่า ชนเผ่า "มละ” นั้นเกรงกลัวมนุษย์ ที่จะไปรุกราน รบกวน หรือทำร้ายพวกเขา ฉะนั้นเมื่อมีคนแปลกหน้าหรือได้ยินเสียงคนก็ตามเข้าไปใกล้เขตที่พวกเขาอาศัยอยู่ พวกเขาก็จะพาครอบครัวหลบหนีอย่างว่องไว โดยทิ้งไว้แค่เพิงพักอาศัยเท่านั้น ทั้งนี้ นายลลิต ถนอมสิงห์ รองเลขาธิการ กปร.กล่าว่า เพื่อสนองแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามกุมารี ที่ทรงมีความห่วงใยต่อชนเผ่ามลาบรี และทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงตรวจเยี่ยม ชนเผ่ามลาบรีเมื่อหลายปีที่ผ่านมา จึงได้พระราชทานพระราชดำริถึงแนวทางการพัฒนาให้ชนเผ่ามลาบรีอยู่ร่วมกับป่า มีชีวิตแบบดั้งเดิม แต่สามารถรู้เท่าทันโลกปัจจุบัน มีการคุ้มครองเสรีภาพของชนเผ่า รวมทั้งสืบทอดประเพณีวัฒนธรรม ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศและป่าไม้เพื่อให้ผืนป่ากลับสู่ ความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม และทรงมีความห่วงใยต่อชนเผ่า มลาบรี และให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาพัฒนาอาชีพให้ชนเผ่า ให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นปัจจุบันชนเผ่ามลาบรีอาศัยอยู่ในเขตอำเภอเวียงสา และอำเภอเมืองน่าน ปัจจุบันชนเผ่ามลาบรี มีจำนวนประชากร 193 คน จำนวน 30 หลังคาเรือน 37 ครอบครัว ..................................................

ข่าวโดย : บรรลือ/ข่าว/สวท.น่าน
บรรณาธิการ :
หน่วยงาน : สวท.น่าน
อ่าน : 93

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738